Breadcrumbs

ข้อมูลทั่วไป
              ชื่อโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ที่ตั้ง ๗๔/๑๑ ตำบลสวนใหญ่  อำเภอเมืองนนทบุรีจังหวัดนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓ โทร.๐๒-๕๒๕-๐๔๗๐  โทรสาร ๐๒-๙๖๖-๕๙๘๙  e-mail:This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  website :http://www.kma.ac.th  เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เนื้อที่  ๑๖ ไร่ ๒ งาน  ๖๖ ตารางวา  เขตพื้นที่บริการ ได้แก่  เขตอำเภอเมืองนนทบุรี  ซึ่งประกอบด้วยตำบลสวนใหญ่   ตำบลบางเขน  ตำบลตลาดขวัญ  ตำบลบางไผ่  ตำบลบางศรีเมือง  ตำบลบางกระสอ  เขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร  ได้แก่ เขตบางซื่อ (แขวงวงศ์สว่าง  แขวงบางซื่อ) เขตบางพลัด (แขวงบางอ้อ)
              ประวัติโรงเรียนโดยย่อ
                        โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม เป็นโรงเรียนเก่าแก่โรงเรียนหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี   มีประวัติพอสังเขปดังนี้        โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม แต่เดิมนั้น กำเนิดจากการที่บิดามารดานำกุลบุตรมาฝากเป็นศิษย์วัด กินอยู่หลับนอนที่วัด เพื่อศึกษาเล่าเรียนกับพระผู้เป็นอาจารย์ มีเจ้าอาวาสวัดเป็นผู้ดูแลคล้ายกับเป็นครูใหญ่ พระลูกวัดเป็นครูน้อย อาศัยกุฏิพระและศาลาการเปรียญหน้าโบสถ์ หน้าวิหารของวัดเขมาภิรตารามเป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียน ในสมัยนั้นวิชาที่สอนมี ภาษาไทย ภาษาขอม การอ่าน การเขียน การคัดลายมือ วิชาศีลธรรม วิชาพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์พงศาวดารไทยจากความรู้ และประสบการจากพระผู้สอน
              ในปี พ.ศ.๒๔๔๓ ท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิต (คง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตารามขึ้นครองวัดท่านมีความประสงค์จะส่งเสริมการศึกษาของกุลบุตรให้เจริญยิ่งขึ้นประจวบกับรัฐสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายการศึกษาออกไปยังหัวเมืองมีการตั้งโรงเรียนหลวงหรือโรงเรียนรัฐบาลในหัวเมืองหลายแห่งโดยมีกรมศึกษาธิการในสมัยนั้น เป็นผู้ดำเนินการตามพระราชประสงค์ ท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิต เห็นว่ากุลบุตรที่นิยมเข้ามาศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามมากขึ้นเรื่อยๆ ควรจะมีการขอจัดตั้งโรงเรียนหลวงขึ้น จึงได้ติดต่อกรมศึกษาธิการให้ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นที่วัดเขมาภิรตาราม
               ในปี พ.ศ.๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อ พระที่นั่งมูลมณเฑียรซึ่งอยู่ในพระบรมหาราชวังมาปลูกที่วัดเขมาภิรตารามและทรงพระราชทานให้เป็นโรงเรียน นับว่าเป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม
              ในปี พ.ศ.๒๔๕๐ กรมศึกษาธิการ จึงขออนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดเขมาภิรตาราม      ให้ชื่อว่า “โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม” ได้รับการยกฐานะขึ้นให้เป็นโรงเรียนรัฐบาล สถานศึกษาเล่าเรียนยังคงใช้ที่นั่งมูลมณเฑียร ศาลาต่างๆ กุฏิพระและใต้ถุนอาคารเรียนเรื่อยมา โดยมีท่านเจ้าคุณพระวินัยรักขิตเป็นพระอุปการะโรงเรียน
              ในปี พ.ศ.๒๔๘๒ โรงเรียนเริ่มมีอาคารเรียนไม้ ๒ ชั้น ๑ หลัง มี ๑๒ ห้องเรียนและได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่เป็น “โรงเรียนกลาโหมอุทิศ” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่โรงเรียนที่กระทรวงกลาโหม บริจาคเงิน ๖,๐๐๐ บาท กระทรวงศึกษาธิการให้สมทบอีก ๓,๘๔๐ บาท ดังนั้น โรงเรียนกลาโหมอุทิศจึงสร้างด้วยเงินเพียง ๙,๘๔๐ บาท สำหรับพระที่นั่งมูลมณเฑียรก็ยังคงใช้เป็นอาคารเรียนด้วยเหมือนกัน
              ในปี พ.ศ.๒๔๙๕ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เห็นสภาพโรงเรียนกลาโหมอุทิศคับแคบ และไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ฯพณฯจึงมีบัญชาให้กระทรวงศึกษาธิการเตรียมหาที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่ให้กว้างกว่าเดิม กระทรวงศึกษาธิการได้ติดต่อขอซื้อที่ดินส่วนหนึ่งของชาวบ้านทางทิศเหนือของวัดอีก ๑๓ ไร่ ๘๖ ตารางวา ทำการปรับปรุงบำรุงพื้นที่ดินดำเนินการก่อสร้างวางศิลาฤกษ์อาคารเรียน เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๔๙๖ เวลา ๑๓.๕๐ น. โดยมี ฯพณฯ พลเอกมังกร  พรหมโยธิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน การก่อสร้างได้ดำเนินการโดยการใช้เงิน ก.ศ.ส. สร้างอาคารคอนกรีตเหล็ก ๒ ชั้น แบบ ๒๔๒ จำนวน ๒๒ ห้องเรียน (ปัจจุบันคืออาคาร ๑) สิ้นเงินในการก่อสร้างคือ ค่าอาคารเรียน ค่าอาคารประกอบ ค่าปรับพื้นที่ ค่าถนน ค่ารั้ว ค่าพัสดุ ครุภัณฑ์ เป็นเงิน ๖,๙๖๖,๙๐๐ บาท อาคารหลังใหม่นี้เปิดใช้เป็นอาคารเรียนเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๙๗ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานพิธีเปิด และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนตามเดิมชื่อ “โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม”  อาคารเรียนกลาโหมอุทิศเปลี่ยนชื่อเป็น”เรือนกลาโหมอุทิศ”ใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามส่วนพระที่นั่งมูลมณเฑียรได้เปิดใช้เป็นห้องสมุดประชาชนวัดเขมาภิรตาราม
              พ.ศ.๒๔๙๘ กรมสามัญศึกษา ได้ขออาคารกลาโหมอุทิศเป็นที่ทำการสอนในระดับประถมศึกษาและใช้ชื่อว่า “โรงเรียนกลาโหมอุทิศ” และกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติ ก.ศ.ส.ต่อเติมอาคาร ๑ อีก ๑๐ ห้องเรียนเป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำนวนห้องเรียนจึงเป็น ๓๒ ห้องเรียน
               พ.ศ.๒๕๑๕ โรงเรียนได้รับอนุมัติให้สร้างอาคารเรียน ๓ ชั้น อีก ๑ หลัง จำนวน ๑๘ ห้องเรียนทางทิศตะวันตก ดร.ก่อ สวัสดิพาณิชย์ อธิบดีกรมสามัญศึกษา เป็นประธานพิธีเปิดอาคารเรียนหลังใหม่นี้   เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๔ (ปัจจุบันคือ อาคาร๒)
              พ.ศ.๒๕๑๕ โรงเรียนกลาโหมอุทิศประถมศึกษา ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนใหม่จึงรื้ออาคารไม้หลังเดิม โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามจึงขอไม้คืนจากกรมสามัญศึกษาและสมาคมศิษย์เก่าอนุเคราะห์ด้านการเงินนำไม้ที่รื้อไปสร้างเรือนกลาโหมใช้เป็นอาคาร ๓ ในวงเงิน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท       สร้างเป็นอาคารไม้ ๒ ชั้นและใช้เป็นอาคารเรียนจนถึงปี ๒๕๓๐ (ปัจจุบันโรงเรียนจึงไม่มีอาคาร ๓)
              พ.ศ.๒๕๑๖ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้น ๑๒ ห้องเรียน เพิ่มขึ้นอีก ๑ หลัง (ปัจจุบันคืออาคาร ๔) ในวงเงิน ๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท
              พ.ศ.๒๕๑๖ – ๒๕๑๘ โรงเรียนได้รับงบประมาณต่อเติมอาคาร ๔ จำนวน ๖ ห้องเรียน ปรับปรุงอาคารเดิมเป็นอาคารวิทยาศาสตร์ ชั้นล่างจัดเป็นห้องสมุด ในวงเงิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากงบประมาณในนี้ได้สร้างโรงงานฝึกงานอุตสาหกรรม ๖ หน่วย ช่างไฟฟ้า ๒ หน่วย ช่างหนัง ๒ หน่วย ช่างโลหะ ๑ หน่วย และเขียนแบบ ๑ หน่วย
              พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นต้นมา กรมสามัญศึกษาได้กำหนดให้เป็นโรงเรียนมัธยมในโครงการพัฒนาโรงเรียนมัธยมส่วนภูมิภาค (คมภ.๑) เพื่อปรับปรุงโรงเรียนให้ดีขึ้นในด้านปริมาณและคุณภาพ จัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสามารถของตนตามหลังสูตร คมส.    เป็นการส่งเสริมนักเรียนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างถูกต้องและตรงเป้าของการศึกษาได้ยิ่งขึ้น
              พ.ศ.๒๕๑๙ โรงเรียนได้รับความร่วมมือจากสมาคมศิษย์เก่าและสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามในการจัดสร้างศาลาสมาคมบริเวณหน้าโรงเรียนด้านหน้าอาคาร๑ เป็นเงิน ๒๘,๐๐๐ บาท
              พ.ศ.๒๕๒๐ โรงเรียนได้รับงบประมาณ ๑๑๒,๐๐๐ บาท ในการสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ๔ ห้องเรียนและในปีการศึกษา ๒๕๒๑ ได้งบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ในการก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวอีก ๖ ห้องเรียนปัจจุบันอาคารเรียนชั่วคราวได้ถูกรื้อหมดแล้ว
              พ.ศ.๒๕๒๓ โรงเรียนได้รับงบประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในการสร้างอาคารเรียนพิเศษ ๑ หลัง ใช้เป็นอาคารเรียน หอประชุม และชั้นล่างจัดเป็นโรงอาหารทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันและจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น
              พ.ศ.๒๕๒๗ สมาคมศิษย์เก่าเขมาภิรตาราม จัดสร้าง “ศาลากตัญญูกตเวทิตานุสรณ์” มีรูปหล่อพระวินัยรักขิต ผู้ให้กำเนิดโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามอยู่บริเวณหน้าอาคาร ๑
              พ.ศ.๒๕๓๐ สมาคมผู้ปกครองและครูเขมาภิรตาราม สามาคมศิษย์เก่าเขมาภิรตาราม และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคเงินกองทุนรวมกับเงินงบประมาณสมทบจัดสร้างหอสมุดให้แก่ โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ทดแทนอาคาร ๓ ที่รื้อไป ปัจจุบันชื่อ “หอสมุดพระเทพญาณกวี”
              พ.ศ.๒๕๓๑ โรงเรียนได้รับงบประมาณ ๓,๕๐๐๐,๐๐๐ บาท ในการก่อสร้างโรงอาหาร หอประชุมเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ได้ขออนุมัติกระทรวงศึกษาธิการตั้งชื่อหอประชุมนี้ว่า “หอประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม” เพื่อเป็นเกียรติแก่ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม
              พ.ศ.๒๕๓๒ โรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมศิษย์เก่าเขมาภิรตารามจัดสร้าง อนุสาวรีย์ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๑๑๔,๐๐๐ บาท โดย พล.อ.เทียนชัย สิริสัมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๒
              พ.ศ.๒๕๓๓ โรงเรียนได้รับงบประมาณ ๔,๕๕๒,๔๐๐ บาท ในการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ๒ ชั้น และได้รับงบประมาณเพิ่มเติมอีก รวมเป็นยอดเงินทั้งสิ้น ๕,๘๕๐,๐๐๐ บาท
              พ.ศ.๒๕๓๕ สมาคมศิษย์เก่ามอบเงินจำนวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท สร้างถนนและพื้นคอนกรีตหน้าอาคารเรียนเพื่อป้องกันน้ำท่วม
              พ.ศ.๒๕๓๖ โรงเรียนได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัลพระราชทานโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่
จากกระทรวงศึกษาธิการ 
              พ.ศ.๒๕๓๗ สมาคมศิษย์เก่ามอบเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มูลค่า ๑,๒๓๓,๗๘๒ บาท และโรงเรียนสมทบอีก ๑๐๘,๐๐๐ บาท สร้างห้องคอมพิวเตอร์
              พ.ศ.๒๕๓๙ – ๒๕๔๐ ได้รับงบบริจาค จากสมาคมสภาผู้แทนราษฎร ผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธาในการจัดซื้อพัดลม จำนวน ๑๑๗,๐๐๐ บาท โทรทัศน์สีขนาด ๒๐ นิ้ว ๕๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อติดตั้งในห้องเรียน
              พ.ศ.๒๕๓๙ – ๒๕๔๑ ได้รับงบประมาณจากกรมสามัญศึกษา ก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ๗ ชั้นในวงเงินจำนวน ๓๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท
              พ.ศ.๒๕๔๑ ได้รับเงินสนับสนุนจากสหกรณ์ร้านค้าโรงเรียน จำนวน ๒๖๐,๐๐๐ บาท สมาคมศิษย์เก่าเขมาภิรตาราม จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และเงินบริจาคอื่นๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท  สร้างเสาธง  เทพื้นสนามกีฬาเป็นคอนกรีต   ปรับแต่งสนามกีฬาโดยรอบ  ให้สวยงามและ จัดซ่อมประตู   อัลลอยด์หน้าอาคาร ๑
              พ.ศ.๒๕๔๒ ได้รับงบประมาณทำระบบระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย เป็นเงิน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท และได้รับการปรับปรุงติดตั้งอุปกรณ์อนุรักษ์พลังงานของชาติ โดยการเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดในอาคารเรียน อาคารประกอบ
              พ.ศ.๒๕๔๓ ได้ปรับปรุงห้องน้ำชาย ทำประตูม้วน เหล็กดัดหน้าต่าง อาคารเรียนต่าง ๆ  ต่อเติมหลังคาบริเวณระเบียงห้องประชุมจอมพล ป. พิบูลสงครามและห้องอาหารครู
              พ.ศ.๒๕๔๔ ได้ปรับปรุงโรงอาหาร ปูพื้นโรงอาหาร และจัดทำช่องกั้นทางเดินเข้าร้าน
              พ.ศ.๒๕๔๕ ได้รับเงินสนับสนุนจากสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จำนวน ๙๘,๐๐๐ บาท สร้างห้องน้ำชาย หญิง
              พ.ศ.๒๕๔๖  ทาสีหลังคาอาคาร ๑ และอาคาร ๕  ทาสีและปรับปรุงศาลาหลวงปู่คง ปัญญา-  ทีโป
              พ.ศ.๒๕๔๗ จัดทำห้อง ICT ห้อง Resources Center และ Self Access ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ ๒ ห้อง จัดทำเวทีหน้าเสาธง ป้ายชื่อหน้าโรงเรียน ซ่อมแซมอาคาร ๑
              พ.ศ.๒๕๔๘ จัดทำห้อง E-Learning ห้องปฏิบัติการสอนวิทยาศาสตร์(ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา)
              พ.ศ.๒๕๔๙ ปรับปรุงทาสีและปูพื้นกระเบื้องห้องเรียน อาคาร ๕
              พ.ศ.๒๕๕๐-๒๕๕๒ ได้รับงบประมาณจากสมาคมศิษย์เก่า  สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียน   วัดเขมาภิร-ตาราม และเงินรายได้สถานศึกษา จำนวน ๑,๑๖๐,๐๐๐ บาท ในการสร้างศาลาทรงไทย จำนวน ๕ หลัง โดยใช้ไม้ของโรงเรียน
              พ.ศ.๒๕๕๓-๒๕๕๔ งบบริจาคและเงินรายได้สถานศึกษา จำนวน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท สร้างบ้านพักครู-นักการภารโรง จำนวน ๑๓ ยูนิต โดยใช้วัสดุบางส่วนของโรงเรียน
              พ.ศ.๒๕๕๔ จัดสร้างศาลาทรงไทย จำนวน ๓ หลัง โดยใช้เงินรายได้สถานศึกษาและวัสดุบางส่วนของโรงเรียน
              พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณจาก   สพฐ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท     และจากสภากาชาดจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท  สร้างรั้วเขื่อนป้องกันน้ำท่วม
              พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณจาก สพฐ.จำนวน ๑๔ ล้านบาท และโรงเรียนจัดหางบประมาณสมทบ ๑๔ ล้านบาท  สร้างอาคารเรียน ๕ ชั้น ราคา ๒๘ ล้านบาท
              พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี จำนวน ๑๐๖ ล้านบาทในการสร้างอาคารเรียน ๘ ชั้น
ปัจจุบันโรงเรียนวัดเขมาภิรตารามมีอาคารเรียนอาคารประกอบและอื่นๆ ดังนี้
              ๑.  อาคารเรียนแบบ ๒๔๒                       จำนวน  ๑  หลัง
              ๒.  อาคารเรียนแบบ ๓๑๘                       จำนวน  ๑  หลัง
              ๓.  อาคารเรียนแบบ ๔๑๙                       จำนวน  ๑  หลัง
              ๔.  อาคารเรียนแบบเฉพาะแห่ง                จำนวน  ๒  หลัง
              ๕.  โรงฝึกงานอุตสาหกรรมศิลป์               จำนวน  ๑  หลัง
              ๖.  อาคารพลศึกษา                                จำนวน  ๑  หลัง
              ๗.  โรงอาหารและหอประชุม                    จำนวน  ๑  หลัง
              ๘.  บ้านพักครูและบ้านพักภารโรง             จำนวน  ๑๓  ยูนิต
              ๙.  ห้องน้ำ ห้องส้วม                                จำนวน  ๔  หลัง
              ๑๐. อาคารห้องสมุด                                จำนวน  ๑  หลัง
              ๑๑. ศาลาทรงไทย                                  จำนวน  ๕  หลัง


แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน
 
๑.    ห้องสมุดโรงเรียน
๒.    ห้องแนะแนว
๓.    ห้องปฏิบัติการสอนวิชาคอมพิวเตอร์
๔.    ห้อง  Resource  Center
๕.    ห้อง  Multimedia
๖.    ห้องเรียน  HI-Tech
๗.    ห้องโสตทัศนศึกษา
๘.    ห้องปฏิบัติการสอนวิทยาศาสตร์
๙.    ห้องเรียนสีเขียว
๑๐.  ห้องจริยธรรม
๑๑.  ห้องดนตรีไทย
๑๒.  ห้องดนตรีสากล
๑๓.  ห้องนาฏศิลป์
๑๔.  ห้องศิลปะ
๑๕.  ห้องสมุดวิทยาศาสตร์
๑๖.  ห้องสมุดคณิตศาสตร์
๑๗.  ห้องศูนย์คณิตศาสตร์
๑๘.  ห้องสมุดภาษาอังกฤษ
๑๙.  สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน
๒๐.  ห้องสมุด English Program
๒๑.  ห้องสมุดโรงเรียน
๒๒.  ห้องแนะแนว
๒๓.  ห้องปฏิบัติการสอนวิชาคอมพิวเตอร์
๒๔.  ห้อง  Resource  Center
๒๕.  ห้อง  Multimedia
๒๖.   ห้องเรียน  HI-Tech
๒๗.  ห้องโสตทัศนศึกษา
๒๘.  ห้องปฏิบัติการสอนวิทยาศาสตร์
๒๙.  ห้องเรียนสีเขียว
๓๐.   ห้องจริยธรรม
๓๑.   ห้องดนตรีไทย
๓๒.   ห้องดนตรีสากล
๓๓.   ห้องนาฏศิลป์
๓๔.   ห้องศิลปะ
๓๕.   ห้องสมุดวิทยาศาสตร์
๓๖.  ห้องสมุดคณิตศาสตร์
๓๗.  ห้องศูนย์คณิตศาสตร์
๓๘.  ห้องสมุดภาษาอังกฤษ
๓๙.  สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน
๔๐.  ห้องสมุด English Program

 

        นายบุญช่วย ภู่โสภา

       ปี พ.ศ.2482 – 2512

          นายธำรง เทวะผลิน

         ปี พ.ศ.2512 – 2516

 

            นายสุรพล ศรีสุข

         ปี พ.ศ.2517 - 2521

         นายถวิล โตนวล

       ปี พ.ศ.2522 – 2532

         พลเอกยุทธนา คำดี

        ปี พ.ศ.2532 – 2540

  พลเอกบัณฑิต มลายอริศูนย์

     ปี พ.ศ.2541 - 2542

  พลอากาศเอกเทอดศักดิ์ สัจจะรักษ์

        ปี พ.ศ.2543 – 2548

         นายสุวิช ชูตระกูล

      ปี พ.ศ.2548 – 25

หมวดหมู่รอง